“เครื่องมือที่มีความสำคัญต่อพัฒนาการของเด็กอย่างหนึ่งก็คือ การเล่น เนื่องจากสมองของเด็กจะทำงานสูงสุดขณะเล่นและพร้อมที่จะเรียนรู้” นพ.จอม ชุมช่วย จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาลมนารมย์ กล่าวไว้ใน "
การประชุมคณะทำงานพัฒนาวิชาการเพื่อสนับสนุนคณะกรรมการประสานนโยบายการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย จัดโดยมูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ และกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
นพ.จอมได้นำเสนอรายงานการวิจัยของ ดร.แมเรียน ไดมอนด์ นักวิทยาศาสตร์ทางระบบประสาท จากเบิร์กเลย์ ยูซีแอลเอ สหรัฐอเมริกา เมื่อปี 1964 เสนองานวิจัยพบว่า การเล่นอย่างอิสระและสิ่งแวดล้อมที่พรั่งพร้อม (Enriched Environment) มีผลต่อพัฒนาการทางสมองโดยตรง
เขาทำการวิจัยกับหนู และพบว่า หนูที่อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่พรั่งพร้อมด้วยของเล่นจะฉลาดกว่า มีเนื้อสมองที่พัฒนากว่า ผิวสมองหนากว่าหนูที่เลี้ยงในสิ่งแวดล้อมที่ขาดแคลน การมีของเล่นที่เหมาะสมเพราะมีเนื้อสมองที่พัฒนากว่า ผิวสมองหนากว่า ดังนั้นการที่เด็กได้เล่นร่วมกับเพื่อนและมีของเล่นที่เหมาะสมถือเป็นสิ่งแวดล้อมที่พรั่งพร้อมสำหรับเด็ก มีการเชื่อมโยงของระบบประสาทสมอง (Neural Pathway) ที่สมบูรณ์กว่าเด็กด้อยโอกาส และเด็กที่มีโอกาสเล่น
นพ.จอม บอกว่า เนื่องจากเด็กปฐมวัยอายุตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 ขวบ เป็นวัยที่มีพัฒนาการด้านต่างๆ อย่างรวดเร็ว เนื่องจากสมองมีการพัฒนาสูงสุด หากเด็กได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมก็จะมีพัฒนาการเติบโตที่ดี ดังนั้นหากผู้ปกครองสนับสนุนการเล่นในเด็กปฐมวัยอย่างเหมาะสมแล้ว จะช่วยให้เด็กเติบโตเป็นบุคคลที่มีคุณภาพรอบด้านในอนาคต
ทั้งนี้พ่อแม่สนับสนุนการเล่นของเด็กได้ด้วยการจัดเตรียมของเล่นที่เหมาะสมกับวัย ของเล่นควรเป็นของเล่นที่เอื้ออำนวยให้เด็กได้ใช้จินตนาการ มีลักษณะปลายเปิด เช่น ไม้บล็อก ตัวต่อ ชุดเครื่องครัว ชุดก่อสร้าง ชุดสัตว์ หรือของเล่นที่เป็นชุดต่างๆ
รวมทั้งการสนับสนุนให้เด็ก “เล่นอย่างอิสระตามธรรมชาติ” หรือ ฟรีเพลย์ นั่นคือ เด็กได้เล่นกันอย่างอิสระ กับเพื่อนๆ โดยมีคุณลักษณะ7 ประการ คือ 1.เล่นอย่างมีเป้าหมายที่จะเล่น ไม่ใช่ตั้งใจเล่นเพื่อให้พ่อแม่ชื่นชม หรือได้ขนมหรือเงินทอง 2.เด็กเต็มใจเล่นโดยไม่ได้เกิดจากการถูกบังคับให้เล่น 3.เด็กมีความสนุก รู้สึกดี ตื่นเต้น คลายความเบื่อเหงา 4.ไม่สนใจเรื่องเวลาว่าเล่นไปนานเท่าไหร่แล้ว 5.ไม่คำนึงถึงภาพลักษณ์ว่าตัวเองจะดูงุ่มง่ามไม่สวย ไม่เข้าท่า แต่มีโลกของจินตนาการที่เด็กอาจเป็นนั่นเป็นนี่ 6.เกิดขึ้นทันทีหรือด้นสด โดยเด็กสามารถปรับเปลี่ยน ลื่นไหลตามความคิดที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว และ 7.มีความต้องการอยากเล่นอย่างต่อเนื่องไปเรื่อยๆ หากมีอุปสรรคก็จะหาทางปรับเปลี่ยนแก้ไขเองเพื่อให้ได้เล่นต่อเนื่อง
ทั้งนี้ประโยชน์ของการเล่นที่ผู้ปกครองควรต้องหันมาให้ความสำคัญกับการเล่นของเด็กมากขึ้น เพราะการเล่นจะช่วยให้เด็กมีพัฒนาการที่ดีได้แก่ 1.การปรับตัวปรับอารมณ์ การเล่นช่วยให้เด็กมีความยืดหยุ่นและสามารถปรับอารมณ์ได้ดี เนื่องจากลักษณะของการเล่นที่มีความไม่แน่นอน มีการปรับเปลี่ยนตลอดเวลา เด็กที่มีโอกาสเล่นมากทั้งกับคนอื่นและตามลำพัง มีโอกาสเกิดอารมณ์ที่หลากหลาย ประสบการณ์การเล่นที่หลากหลายและต่อเนื่องช่วยให้เด็กไม่ตอบสนองต่อเหตุที่มากระทบอย่างรุนแรงเกินไปในชีวิตจริง
2.เด็กรู้สึกดี เกิดความสนุกสนาน ส่งผลให้เกิดความรู้สึกบวกต่างๆ ขึ้น ความรู้สึกดีเหล่านี้จะช่วยให้เด็กอยากที่จะเล่นต่อ อยากสำรวจ เกิดความคิดใหม่ๆ และความคิดสร้างสรรค์ต่อมา 3.สามารถจัดการกับความเครียด เพราะขณะเล่นมักเกิดปัญหาต่างๆ ขึ้น เด็กมีโอกาสฝึกฝนการแก้ไขปัญหา ความเครียดในระดับไม่มากนักที่เกิดขึ้นในการเล่น ซึ่งเกิดไปด้วยกันกับความรู้สึกตื่นเต้น สนุกของการเล่น ช่วยให้เด็กรู้สึกมั่นใจและรู้สึกดีต่อการแก้ไขปัญหา อันจะนำไปสู่การจัดการอย่างมีประสิทธิภาพต่อความเครียดและปัญหาในชีวิตจริงต่อได้
4.ช่วยพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ เนื่องจากเด็กต้องการตอบสนองต่อสถานการณ์หรือสิ่งเร้าที่ใหม่ พิเศษ ไม่แน่นอน โดยไม่รู้สึกถูกคุกคามหรือจริงจังจนเกินไป การเล่นจึงช่วยให้เกิดการตอบสนองที่สร้างสรรค์และหลากหลายมากกว่าการตอบสนองที่จำกัดและเป็นเหตุเป็นผล 5.เกิดการเรียนรู้ ผ่านการเกิดแรงจูงใจ ความรู้สึกบวก และผลลัพธ์ที่เป็นเสมือนรางวัลต่อเด็ก ความรู้สึกเหล่านี้ผสมผสานกับความคิดอ่านที่เกิดขึ้น ก่อให้เกิดพฤติกรรมการเรียนรู้ที่มีความหมายและประสิทธิภาพสำหรับเด็ก
และ 6.มีความสัมพันธ์กับผู้คน ซึ่งรูปแบบต่างๆ ของการเล่น ไม่ว่าจะเป็นการเล่นจินตนาการ เล่นบทบาทสมมติ หรือเล่นกอดรัดฟัดเหวี่ยง ต่อสู้ จะช่วยให้เด็กพัฒนาความสัมพันธ์หรือความผูกพันที่ดีกับผู้อื่น เด็กจะรู้สึกสนิทกับเพื่อน เป็นส่วนหนึ่งของสังคมผ่านการเล่น และมักจะจัดการกับสถานการณ์ทางสังคมที่คาดเดายากได้ดี
การเล่น นอกจากจะช่วยให้เด็กมีพัฒนาการทางสมองที่ดีแล้ว เด็กยังมีพัฒนาการทางสังคมหรือทักษะสังคมขั้นสูงอีกด้วย เพราะการเล่นเป็นวิธีเรียนรู้ที่ดีที่สุดของเด็ก เป็นเครื่องมือในการช่วยปรับอารมณ์ พฤติกรรม ตลอดจนบุคลิกภาพของคนคนนั้น พ่อแม่ โรงเรียน และผู้เกี่ยวข้องจึงควรสนับสนุนการเล่นของเด็กอย่างจริงจังและเหมาะสม เพื่อให้เด็กได้เติบโตอย่างมีคุณภาพในอนาคต